ผลต่างระหว่างรุ่นของ "01204223/flask-backend-db"
Jittat (คุย | มีส่วนร่วม) |
Jittat (คุย | มีส่วนร่วม) |
||
| แถว 4: | แถว 4: | ||
== Code เริ่มต้นของ project == | == Code เริ่มต้นของ project == | ||
| − | เพื่อความสะดวกเราจะเริ่มต้นจากโค้ดตัวอย่างที่รวบรวมมาแล้ว | + | เพื่อความสะดวกเราจะเริ่มต้นจากโค้ดตัวอย่างที่รวบรวมมาแล้ว โดย clone จาก [https://github.com/jittat/01204223-flask-react-todo-68 https://github.com/jittat/01204223-flask-react-todo-68] |
| + | |||
| + | เราจะแยกไดเร็กทอรีภายในเป็น backend และ frontend ให้ไปติดตั้งไลบรารีของทั้งสองส่วนดังนี้ | ||
| + | |||
| + | === Backend === | ||
| + | |||
| + | เข้าไปใน backend (ถ้าเป็น windows อย่าลืมใช้ cmd อย่าใช้ powershell) | ||
| + | |||
| + | cd backend | ||
| + | |||
| + | เราจะสร้าง virtual environment และติดตั้งไลบรารี ขั้นแรกสร้าง virtual environment ก่อน | ||
| + | |||
| + | python -m venv venv | ||
| + | |||
| + | แล้ว activate ถ้าเป็น linux/mac เรียก | ||
| + | |||
| + | ./venv/bin/activate | ||
| + | |||
| + | ถ้าเป็น windows เรียก | ||
| + | |||
| + | venv\Scripts\activate | ||
| + | |||
| + | เมื่อ activate venv แล้ว ให้เรียก pip เพื่อติดตั้งไลบรารี เราได้รวบรวมรายกายไลบรารีไว้ในไฟล์ requirements.txt แล้ว ดังนั้นเราจะสั่ง | ||
| + | |||
| + | pip install -r requirements.txt | ||
| + | |||
| + | เพื่อติดตั้งได้เลย ถ้าติดตั้งเรียบร้อยทดลองเรียก flask backend ได้ | ||
| + | |||
| + | ขั้นแรก ถ้าเป็น linux/mac ให้เรียก | ||
| + | |||
| + | export FLASK_APP=main.py | ||
| + | |||
| + | ถ้าเป็น windows เรียก | ||
| + | |||
| + | set FLASK_APP=main.py | ||
| + | |||
| + | แล้วเรียก | ||
| + | |||
| + | flask run --debug | ||
| + | |||
| + | === Frontend === | ||
| + | |||
| + | เปิดอีก terminal หนึ่ง แล้วเรียก | ||
| + | |||
| + | cd frontend | ||
| + | |||
| + | เรียก npm เพื่อติดตั้งไลบรารี | ||
| + | |||
| + | npm install | ||
| + | |||
| + | แล้วเรียก | ||
| + | |||
| + | npm run dev | ||
| + | |||
| + | เพื่อเปิดเซิร์ฟเวอร์ของ frontend react | ||
== การติดตั้ง == | == การติดตั้ง == | ||
รุ่นแก้ไขเมื่อ 23:04, 17 มกราคม 2569
- หน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของ 01204223
เราจะแก้ส่วน backend ให้ทำงานกับ database แทนที่เราจะเขียน SQL ตรง ๆ เราจะให้ไลบรารีที่เรียกว่า ORM (Object Relational Mapper) ที่ทำให้เราเขียน-อ่านกับข้อมูลในฐานข้อมูลผ่านทาง object
เนื้อหา
Code เริ่มต้นของ project
เพื่อความสะดวกเราจะเริ่มต้นจากโค้ดตัวอย่างที่รวบรวมมาแล้ว โดย clone จาก https://github.com/jittat/01204223-flask-react-todo-68
เราจะแยกไดเร็กทอรีภายในเป็น backend และ frontend ให้ไปติดตั้งไลบรารีของทั้งสองส่วนดังนี้
Backend
เข้าไปใน backend (ถ้าเป็น windows อย่าลืมใช้ cmd อย่าใช้ powershell)
cd backend
เราจะสร้าง virtual environment และติดตั้งไลบรารี ขั้นแรกสร้าง virtual environment ก่อน
python -m venv venv
แล้ว activate ถ้าเป็น linux/mac เรียก
./venv/bin/activate
ถ้าเป็น windows เรียก
venv\Scripts\activate
เมื่อ activate venv แล้ว ให้เรียก pip เพื่อติดตั้งไลบรารี เราได้รวบรวมรายกายไลบรารีไว้ในไฟล์ requirements.txt แล้ว ดังนั้นเราจะสั่ง
pip install -r requirements.txt
เพื่อติดตั้งได้เลย ถ้าติดตั้งเรียบร้อยทดลองเรียก flask backend ได้
ขั้นแรก ถ้าเป็น linux/mac ให้เรียก
export FLASK_APP=main.py
ถ้าเป็น windows เรียก
set FLASK_APP=main.py
แล้วเรียก
flask run --debug
Frontend
เปิดอีก terminal หนึ่ง แล้วเรียก
cd frontend
เรียก npm เพื่อติดตั้งไลบรารี
npm install
แล้วเรียก
npm run dev
เพื่อเปิดเซิร์ฟเวอร์ของ frontend react
การติดตั้ง
เราจะทำงานกับโค้ดเก่า