ผลต่างระหว่างรุ่นของ "01204223/unit testing"

จาก Theory Wiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แถว 8: แถว 8:
  
 
== ทดสอบ React component ==
 
== ทดสอบ React component ==
 +
 +
สำหรับส่วนหน้าบ้าน เราจะใช้ [https://vitest.dev/ Vitest] เป็นเครื่องมือในการรันเทสสำหรับ React component เราจะติดตั้งโดยสั่ง
 +
 +
npm install -D vitest
 +
 +
ในไดเร็กทอรี frontend เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้ไปแก้ไฟล์ package.json เพื่อระบุว่าเมื่อสั่ง test ให้เรียก vitest โดยดูในส่วน "scripts" และเพิ่มบรรทัดดังด้านล่างเข้าไป
 +
 +
// ในไฟล์ frontend/package.json
 +
 +
  "scripts": {
 +
    // ละไว้
 +
    // ** ระหว่างที่เพิ่ม อย่าลืมเติม , ท้ายบรรทัดก่อนหน้าด้วย
 +
    "test": "vitest run"
 +
  },
 +
 +
เมื่อแก้เสร็จ เราจะสามารถสั่งรันเทสได้โดยสั่ง
 +
 +
npm test
 +
 +
แต่เนื่องจากตอนนี้เราไม่มีเทสเคสเลย vitest จะบอกว่าไม่มี test files และจบการทำงาน (หมายเหตุ: เราสามารถสั่งให้ vitest ดูการแก้ไขไฟล์แล้วรันเทสใหม่ได้ แต่ในที่นี้เราเลือกจะให้รันเทสตอนที่เราสั่งก่อนเท่านั้น)
  
 
== ทดสอบโค้ด backend ==
 
== ทดสอบโค้ด backend ==

รุ่นแก้ไขเมื่อ 20:02, 12 กุมภาพันธ์ 2569

หน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของ 01204223

เราจะหัดใช้ Unit testing ในการควบคุมคุณภาพโปรแกรมที่เราเขียน ปกติถ้าเมื่อเราเขียนโปรแกรม เราจะทดสอบว่าโปรแกรมทำงานถูกต้องโดยทดลองรันและตรวจสอบผล แต่เมื่อโปรแกรมใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เราจะไม่สามารถทดสอบทุก ๆ ส่วนที่เราเขียนมาได้ การพัฒนาระบบตรวจสอบอัตโนมัติเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานในการรักษาคุณภาพซอฟต์แวร์ รวมถึงอาจจะใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยก็ได้

การทดสอบระบบมีได้หลายระดับ Unit testing เป็นการทดสอบซอฟต์แวร์ในหน่วยย่อย (unit) เช่น หนึ่งฟังก์ชัน หรือหนึ่ง component (ใน react)     ส่วน Integration testing หรือ End-to-end testing เป็นการทดสอบการทำงานของส่วนย่อย ๆ ที่เชื่อมต่อกัน    ในที่นี้เราจะเน้นแค่ unit testing ก่อน เพราะว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีรวมทั้งมักจะทำได้ง่ายกว่า

ในการพัฒนาเว็บแอพลิเคชัน แต่ละ unit ที่เราต้องการทดสอบมักทำงานร่วมกับส่วนอื่นๆ เช่น ถ้าพิจารณาส่วนหลังบ้าน โค้ดโดยมากก็จะทำงานกับฐานข้อมูล (database) ในขณะที่โค้ดหน้าบ้านก็จะต้องมีการเรียก API ดังนั้นการจะทดสอบแต่ละ unit จะต้องมีการสร้างหรือจำลองส่วนอื่น ๆ ของระบบเพื่อทำให้โค้ดที่เราต้องการทดสอบสามารถทำงานได้ และมีพฤติกรรมที่คงเส้นคงวาทำให้เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้    เราจะได้ลองใช้เทคนิคที่เรียกว่า mock ในการจำลองการทำงานของส่วนอื่น ๆ ระหว่างที่โค้ดที่เราเทสทำงาน

ทดสอบ React component

สำหรับส่วนหน้าบ้าน เราจะใช้ Vitest เป็นเครื่องมือในการรันเทสสำหรับ React component เราจะติดตั้งโดยสั่ง

npm install -D vitest

ในไดเร็กทอรี frontend เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้ไปแก้ไฟล์ package.json เพื่อระบุว่าเมื่อสั่ง test ให้เรียก vitest โดยดูในส่วน "scripts" และเพิ่มบรรทัดดังด้านล่างเข้าไป

// ในไฟล์ frontend/package.json

  "scripts": {
    // ละไว้
    // ** ระหว่างที่เพิ่ม อย่าลืมเติม , ท้ายบรรทัดก่อนหน้าด้วย
    "test": "vitest run"
  },

เมื่อแก้เสร็จ เราจะสามารถสั่งรันเทสได้โดยสั่ง

npm test

แต่เนื่องจากตอนนี้เราไม่มีเทสเคสเลย vitest จะบอกว่าไม่มี test files และจบการทำงาน (หมายเหตุ: เราสามารถสั่งให้ vitest ดูการแก้ไขไฟล์แล้วรันเทสใหม่ได้ แต่ในที่นี้เราเลือกจะให้รันเทสตอนที่เราสั่งก่อนเท่านั้น)

ทดสอบโค้ด backend