ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การพัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์"
Chaiporn (คุย | มีส่วนร่วม) |
Chaiporn (คุย | มีส่วนร่วม) |
||
| (ไม่แสดง 9 รุ่นระหว่างกลางโดยผู้ใช้คนเดียวกัน) | |||
| แถว 4: | แถว 4: | ||
== ติดตั้งซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้อง == | == ติดตั้งซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้อง == | ||
| − | === สำหรับระบบปฏิบัติการ Linux (Debian/Ubuntu/Mint) === | + | === สำหรับระบบปฏิบัติการ Linux (Debian/Ubuntu/Mint รวมถึง Raspberry Pi) === |
* ครอสคอมไพเลอร์ (cross compiler) สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล AVR รวมถึงไลบรารีที่เกี่ยวข้อง | * ครอสคอมไพเลอร์ (cross compiler) สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล AVR รวมถึงไลบรารีที่เกี่ยวข้อง | ||
| − | sudo apt | + | sudo apt install gcc-avr avr-libc |
* AVR toolchain | * AVR toolchain | ||
| − | sudo apt | + | sudo apt install binutils-avr |
* [http://www.bsdhome.com/avrdude/ AVRDUDE] (AVR Downloader/UploaDEr) ใช้สำหรับโหลดรหัสภาษาเครื่องลงบนหน่วยความจำแฟลชของไมโครคอนโทรลเลอร์ผ่านพอร์ต USB | * [http://www.bsdhome.com/avrdude/ AVRDUDE] (AVR Downloader/UploaDEr) ใช้สำหรับโหลดรหัสภาษาเครื่องลงบนหน่วยความจำแฟลชของไมโครคอนโทรลเลอร์ผ่านพอร์ต USB | ||
| − | sudo apt | + | sudo apt install avrdude |
=== สำหรับระบบปฏิบัติการ Mac OS X === | === สำหรับระบบปฏิบัติการ Mac OS X === | ||
| แถว 21: | แถว 21: | ||
ทดลองพิมพ์โปรแกรมตัวอย่างต่อไปนี้ และบันทึกไว้ในชื่อ <code>first.c</code> | ทดลองพิมพ์โปรแกรมตัวอย่างต่อไปนี้ และบันทึกไว้ในชื่อ <code>first.c</code> | ||
| − | #define F_CPU | + | #define F_CPU 16000000 // บอกไลบรารีว่า MCU ทำงานที่ 16MHz |
#include <avr/io.h> // โหลดนิยามสำหรับรีจีสเตอร์ที่ควบคุมอินพุท/เอาท์พุท (เช่น PORTD, DDRD) | #include <avr/io.h> // โหลดนิยามสำหรับรีจีสเตอร์ที่ควบคุมอินพุท/เอาท์พุท (เช่น PORTD, DDRD) | ||
| แถว 41: | แถว 41: | ||
} | } | ||
| − | + | รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม | |
| + | * โปรแกรมข้างต้นเรียกใช้นิยามชื่อรีจีสเตอร์ (<code>PORTD</code>, <code>DDRD</code> ฯลฯ) จากไฟล์เฮดเดอร์ <code>avr/io.h</code> และฟังก์ชันหน่วงเวลา <code>_delay_ms()</code> จากไฟล์เฮดเดอร์ <code>util/delay.h</code> | ||
| + | * ตัวเลขที่นำหน้าด้วย <code>0b</code> ในโค้ดภาษาซีเป็นการบอกให้คอมไพเลอร์ตีความค่าตัวเลขที่ตามมาให้เป็นตัวเลขฐานสอง ดังนั้น <code>0b00001000</code> จึงมีค่าเท่ากับ <code>8</code> (ฐานสิบ) นอกจากเลขฐานสองแล้วภาษาซียังรองรับการระบุค่าจำนวนเต็มคงที่ในรูปฐานแปด (ขึ้นต้นด้วย <code>0</code>) และฐานสิบหก (ขึ้นต้นด้วย <code>0x</code>) | ||
=== การคอมไพล์โปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง === | === การคอมไพล์โปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง === | ||
| แถว 113: | แถว 115: | ||
== การสร้างกระบวนการอัตโนมัติด้วย <code>Makefile</code> == | == การสร้างกระบวนการอัตโนมัติด้วย <code>Makefile</code> == | ||
จากที่ผ่านมาจะเห็นว่าการพัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์นั้นประกอบด้วยการแก้ไขโปรแกรมด้วยเท็กซ์เอดิเตอร์ และเซฟลงในไฟล์ .c จากนั้นจึงดำเนินตามขั้นตอนดังนี้ | จากที่ผ่านมาจะเห็นว่าการพัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์นั้นประกอบด้วยการแก้ไขโปรแกรมด้วยเท็กซ์เอดิเตอร์ และเซฟลงในไฟล์ .c จากนั้นจึงดำเนินตามขั้นตอนดังนี้ | ||
| − | # ครอสคอมไพล์โปรแกรมด้วยคำสั่ง avr-gcc | + | # ครอสคอมไพล์โปรแกรมด้วยคำสั่ง <code>avr-gcc</code> |
| − | # สกัดรหัสภาษาเครื่องจากไฟล์ ELF ด้วยคำสั่ง avr-objcopy | + | # สกัดรหัสภาษาเครื่องจากไฟล์ ELF ด้วยคำสั่ง <code>avr-objcopy</code> |
| − | # ส่งรหัสภาษาเครื่องไปยังไมโครคอนโทรลเลอร์ด้วยคำสั่ง avrdude | + | # ส่งรหัสภาษาเครื่องไปยังไมโครคอนโทรลเลอร์ด้วยคำสั่ง <code>avrdude</code> |
| − | ในแต่ละขั้นตอนนั้นมีการเรียกคำสั่งที่ค่อนข้างยาว | + | ในแต่ละขั้นตอนนั้นมีการเรียกคำสั่งที่ค่อนข้างยาว อย่างไรก็ตาม ยูนิกซ์มีคำสั่ง <code>make</code> ที่ช่วยเรียกคำสั่งเหล่านี้ให้เราอัตโนมัติ ช่วยให้เราไม่ต้องพิมพ์คำสั่งยาว ๆ ทุกครั้งหลังจากแก้ไขโปรแกรม |
| + | |||
| + | ในการใช้คำสั่ง <code>make</code> ให้เตรียมไฟล์ชื่อ <code>Makefile</code> ขึ้นมาในไดเรคตอรีเดียวกับ <code>first.c</code> และป้อนคำสั่งดังนี้ | ||
| + | <span style="color:red;">(ระวังว่าบรรทัดที่เยื้องเข้าไปนั้นต้องเป็นอักขระ<u>แท็บ</u> ไม่ใช่ช่องว่าง)</span> | ||
all: first.hex | all: first.hex | ||
| แถว 129: | แถว 134: | ||
avr-gcc -mmcu=atmega328p -O -o first.elf first.c | avr-gcc -mmcu=atmega328p -O -o first.elf first.c | ||
| − | |||
สมมติว่าภายในไดเรคตอรีที่เรียกใช้คำสั่ง <code>make</code> มีเพียงไฟล์ <code>first.c</code> และ <code>Makefile</code> การเรียกคำสั่ง | สมมติว่าภายในไดเรคตอรีที่เรียกใช้คำสั่ง <code>make</code> มีเพียงไฟล์ <code>first.c</code> และ <code>Makefile</code> การเรียกคำสั่ง | ||
make | make | ||
| − | จะถือเป็นการสร้างเป้าหมายที่ระบุไว้ตัวแรกสุด ในที่นี้คือ all ซึ่งจะมีผลให้มีการดำเนินการดังนี้ | + | จะถือเป็นการสร้างเป้าหมายที่ระบุไว้ตัวแรกสุด ในที่นี้คือ <code>all</code> ซึ่งจะมีผลให้มีการดำเนินการดังนี้ |
* เป้าหมาย <code>all</code> ระบุไว้ว่าให้สร้างเป้าหมาย <code>first.hex</code> ขึ้นมา | * เป้าหมาย <code>all</code> ระบุไว้ว่าให้สร้างเป้าหมาย <code>first.hex</code> ขึ้นมา | ||
* <code>make</code> หาไฟล์ <code>first.hex</code> ไม่พบ แต่ทราบว่าสามารถสร้างขึ้นจาก <code>first.elf</code> | * <code>make</code> หาไฟล์ <code>first.hex</code> ไม่พบ แต่ทราบว่าสามารถสร้างขึ้นจาก <code>first.elf</code> | ||
| แถว 144: | แถว 148: | ||
ซึ่งจะมีการดำเนินการสร้างเป้าหมาย <code>first.hex</code> โดยอัตโนมัติหากหาไฟล์นี้ไม่พบหรือไฟล์ที่มีอยู่นั้นเก่ากว่าไฟล์ <code>first.c</code> จากนั้นจึงตามด้วยการเรียกใช้คำสั่ง <code>avrdude</code> เพื่อแฟลชเฟิร์มแวร์ใหม่ให้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ | ซึ่งจะมีการดำเนินการสร้างเป้าหมาย <code>first.hex</code> โดยอัตโนมัติหากหาไฟล์นี้ไม่พบหรือไฟล์ที่มีอยู่นั้นเก่ากว่าไฟล์ <code>first.c</code> จากนั้นจึงตามด้วยการเรียกใช้คำสั่ง <code>avrdude</code> เพื่อแฟลชเฟิร์มแวร์ใหม่ให้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ | ||
| − | หากต้องการนำ Makefile ไปปรับใช้ในโครงงานอื่นได้ง่าย เราสามารถปรับ Makefile | + | หากต้องการนำ <code>Makefile</code> ไปปรับใช้ในโครงงานอื่นได้ง่าย เราสามารถปรับ <code>Makefile</code> ให้ยืดหยุ่นขึ้นโดยนิยามตัวแปรดังตัวอย่าง |
TARGET=first | TARGET=first | ||
MCU=atmega328p | MCU=atmega328p | ||
| − | |||
| − | |||
all: $(TARGET).hex | all: $(TARGET).hex | ||
flash: $(TARGET).hex | flash: $(TARGET).hex | ||
| − | avrdude -p | + | avrdude -p $(MCU) -c usbasp -U flash:w:$(TARGET).hex |
| − | + | $(TARGET).hex: $(TARGET).elf | |
| − | avr-objcopy -j .text -j .data -O ihex $ | + | avr-objcopy -j .text -j .data -O ihex $(TARGET).elf $(TARGET).hex |
| − | + | $(TARGET).elf: $(TARGET).c | |
| − | avr-gcc $( | + | avr-gcc -mmcu=$(MCU) -O -o $(TARGET).elf $(TARGET).c |
| − | |||
| − | |||
| − | |||
| − | |||
| − | |||
| − | การนำ | + | การนำ <code>Makefile</code> นี้ไปใช้กับโครงงานอื่นทำได้โดยการเปลี่ยนบรรทัดแรกจาก <code>first</code> เป็นชื่อไฟล์สำหรับโครงงานนั้น ๆ เท่านั้น |
| − | |||
| − | |||
| − | |||
| − | |||
| − | |||
| − | |||
== บทความที่เกี่ยวข้อง == | == บทความที่เกี่ยวข้อง == | ||
รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 23:44, 22 มกราคม 2563
- วิกินี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 01204223
วิกินี้อธิบายถึงขั้นตอนและตัวอย่างการพัฒนาเฟิร์มแวร์ลงบนบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ที่เราได้ประกอบขึ้นมา โดยเนื้อหาครอบคลุมเฉพาะสภาพแวดล้อมการพัฒนาโปรแกรมบนลินุกซ์และ Mac OS X เท่านั้น
เนื้อหา
ติดตั้งซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับระบบปฏิบัติการ Linux (Debian/Ubuntu/Mint รวมถึง Raspberry Pi)
- ครอสคอมไพเลอร์ (cross compiler) สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล AVR รวมถึงไลบรารีที่เกี่ยวข้อง
sudo apt install gcc-avr avr-libc
- AVR toolchain
sudo apt install binutils-avr
- AVRDUDE (AVR Downloader/UploaDEr) ใช้สำหรับโหลดรหัสภาษาเครื่องลงบนหน่วยความจำแฟลชของไมโครคอนโทรลเลอร์ผ่านพอร์ต USB
sudo apt install avrdude
สำหรับระบบปฏิบัติการ Mac OS X
- ดาวน์โหลดและติดตั้งชุดโปรแกรม CrossPack-AVR เวอร์ชันล่าสุดจาก Objective Development
การพัฒนาเฟิร์มแวร์ด้วยภาษาซี
ภาษาซีจัดเป็นภาษาระดับสูง (high-level programming language) ที่ถือว่ามีการทำงานใกล้เคียงกับภาษาเครื่องมากโดยที่ผู้พัฒนาโปรแกรมไม่จำเป็นต้องเขียนคำสั่งให้ละเอียดยิบเหมือนกับภาษาแอสเซมบลี้ จึงเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมมากในงานที่ต้องเขียนโปรแกรมใกล้ชิดกับฮาร์ดแวร์ดังเช่นงานด้านระบบฝังตัว (embedded system)
โปรแกรมตัวอย่างภาษาซี
ทดลองพิมพ์โปรแกรมตัวอย่างต่อไปนี้ และบันทึกไว้ในชื่อ first.c
#define F_CPU 16000000 // บอกไลบรารีว่า MCU ทำงานที่ 16MHz
#include <avr/io.h> // โหลดนิยามสำหรับรีจีสเตอร์ที่ควบคุมอินพุท/เอาท์พุท (เช่น PORTD, DDRD)
#include <util/delay.h> // โหลดนิยามสำหรับฟังก์ชัน _delay_ms()
int main()
{
PORTD = 0b00000000; // กำหนดลอจิกขา PD7..0 เป็น 0
DDRD = 0b00001000; // กำหนดให้ขา PD3 ทำหน้าที่เอาท์พุท
while (1)
{
PORTD = 0b00001000; // ส่งลอจิก 1 ไปที่ขา PD3
_delay_ms(1000); // หน่วงเวลารอ 1000 มิลลิวินาที
PORTD = 0b00000000; // ส่งลอจิก 0 ไปที่ขา PD3
_delay_ms(1000); // หน่วงเวลารอ 1000 มิลลิวินาที
}
return 0;
}
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม
- โปรแกรมข้างต้นเรียกใช้นิยามชื่อรีจีสเตอร์ (
PORTD,DDRDฯลฯ) จากไฟล์เฮดเดอร์avr/io.hและฟังก์ชันหน่วงเวลา_delay_ms()จากไฟล์เฮดเดอร์util/delay.h - ตัวเลขที่นำหน้าด้วย
0bในโค้ดภาษาซีเป็นการบอกให้คอมไพเลอร์ตีความค่าตัวเลขที่ตามมาให้เป็นตัวเลขฐานสอง ดังนั้น0b00001000จึงมีค่าเท่ากับ8(ฐานสิบ) นอกจากเลขฐานสองแล้วภาษาซียังรองรับการระบุค่าจำนวนเต็มคงที่ในรูปฐานแปด (ขึ้นต้นด้วย0) และฐานสิบหก (ขึ้นต้นด้วย0x)
การคอมไพล์โปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง
กระบวนการแปลโปรแกรมภาษาชั้นสูงให้เป็นภาษาเครื่องนั้นเรียกว่าเป็นการคอมไพล์ (compile) ซึ่งอาศัยโปรแกรมที่เรียกว่าคอมไพเลอร์ (compiler) เป็นตัวดำเนินการ เราอาศัยโปรแกรม avr-gcc เป็นตัวคอมไพเลอร์โดยเรียกใช้งานดังนี้ (สังเกตว่ามีการใช้อ็อปชัน -O เพิ่มเติมขึ้นมา)
avr-gcc -mmcu=atmega328p -O -o first.elf first.c
อ็อพชันต่าง ๆ ที่ระบุในคำสั่งข้างต้นมีหน้าที่ดังนี้
-mmcu=atmega328pเป็นตัวบอกคอมไพเลอร์ว่าไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ใช้เป็นเบอร์ ATMega328P-Oระบุว่าให้คอมไพเลอร์ทำ code optimization ซึ่งจำเป็นต้องใช้เพื่อให้ฟังก์ชัน_delay_ms()ทำงานได้ถูกต้อง-o first.elfระบุว่าให้เอาท์พุทถูกเก็บลงในไฟล์first.elfหากไม่ระบุโปรแกรมจะสร้างไฟล์ชื่อa.outแทน
หมายเหตุ: avr-gcc ทำหน้าที่เป็นได้ทั้งแอสเซมเบลอร์และคอมไพเลอร์ ขึ้นอยู่กับนามสกุลของไฟล์อินพุทว่าเป็น .S หรือ .c
การสกัดโค้ดภาษาเครื่องและดาวน์โหลดโปรแกรมลงสู่ไมโครคอนโทรลเลอร์
ผลลัพธ์ที่ได้จากการคอมไพล์จะอยู่ในรูปของไฟล์ฟอร์แมต ELF (Excutable and Linkable Format) ซึ่งประกอบไปด้วยเฮดเดอร์และข้อมูลเสริมอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามเราต้องการเพียงแค่ส่วนที่เป็นรหัสภาษาเครื่องของโปรแกรม ซึ่งสกัดออกมาได้โดยใช้คำสั่ง avr-objcopy ดังนี้
avr-objcopy -j .text -j .data -O ihex first.elf first.hex
อ็อพชันต่าง ๆ ที่ระบุในคำสั่งข้างต้นมีหน้าที่ดังนี้
-j .text -j .dataสกัดข้อมูลจากเซคชัน .text (ส่วนของโค้ดโปรแกรม) และ .data (ส่วนของข้อมูลที่กำหนดค่าเริ่มต้นให้ตัวแปร) ออกมาจากไฟล์ ELF-O ihexบันทึกเอาท์พุทในรูปแบบ Intel HEX
ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกเก็บไว้ในไฟล์ first.hex ซึ่งเป็นไฟล์ ASCII ที่บันทึกไบท์โค้ดภาษาเครื่องเอาไว้ โดยภายในไฟล์จะมีข้อมูลคล้ายคลึงกับที่แสดงในตัวอย่าง
$ cat first.hex :100000000C9434000C943E000C943E000C943E0082 :100010000C943E000C943E000C943E000C943E0068 :100020000C943E000C943E000C943E000C943E0058 :100030000C943E000C943E000C943E000C943E0048 :100040000C943E000C943E000C943E000C943E0038 :100050000C943E000C943E000C943E000C943E0028 :100060000C943E000C943E0011241FBECFEFD4E050 :10007000DEBFCDBF0E9440000C9445000C940000F0 :0E00800008E00AB900E00BB9FFCFF894FFCFFB :00000001FF
การโหลดโปรแกรมลงบนหน่วยความจำแฟลชของไมโครคอนโทรลเลอร์
โดยทั่วไปการนำโปรแกรมลงสู่แฟลชของไมโครคอนโทรลเลอร์นั้นมักอาศัยเครื่องโปรแกรมชิป (chip programmer) อย่างไรก็ตามชิป ATmega328P ที่แจกไปให้นั้นได้ถูกป้อนโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่าบูทโหลดเดอร์ (boot loader) เอาไว้เพื่อจำลองบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นอุปกรณ์โปรแกรมชิปชนิด USBasp ซึ่งจะรอรับรหัสภาษาเครื่องที่ส่งมาทางพอร์ท USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเขียนข้อมูลเหล่านั้นลงสู่หน่วยความจำแฟลช
บูทโหลดเดอร์ถูกติดตั้งไว้ในตำแหน่งแฟลชที่เป็นบูทเซคเตอร์ของชิป (เริ่มต้นที่แอดเดรส 0x3800 ของหน่วยความจำแฟลช) ซึ่งเป็นจุดแรกที่ไมโครคอนโทรลเลอร์เริ่มต้นทำงาน กระบวนการทำงานของบูทโหลดเดอร์ที่เตรียมไว้ให้เป็นดังรูปด้านล่าง
จะเห็นว่าเงื่อนไขของการที่จะให้บูทโหลดเดอร์เข้าสู่โหมด USB เพื่อรอรับข้อมูลนั้นคือไมโครคอนโทรลเลอร์ต้องถูกรีเซ็ตด้วยปุ่มรีเซ็ต และขา Bootloader (PD7) ต้องถูกเชื่อมลงกราวนด์ ซึ่งทำได้โดยการเสียบจั๊มเปอร์เพื่อชอร์ตวงจรในตำแหน่งที่ระบุว่า Boot-loader บนบอร์ด จุดสังเกตที่แสดงให้เห็นว่าไมโครคอนโทรลเลอร์กำลังรอรับข้อมูลจากพอร์ท USB คือ LED สีเขียวบนบอร์ดจะกระพริบสั้น ๆ และถี่ ๆ
ในระหว่างที่ไมโครคอนโทรลเลอร์จำลองตัวเองเป็นอุปกรณ์ USB หากเรียกคำสั่ง lsusb บนลินุกซ์ บนเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องปรากฏรายการอุปกรณ์ที่มี VID:PID เป็น 16c0:05dc ดังตัวอย่าง
$ lsusb : Bus xxx Device xxx: ID 16c0:05dc Van Ooijen Technische Informatica shared ID for use with libusb :
สำหรับเครื่องที่ใช้ Mac OS X ให้ใช้คำสั่ง system_profiler ควบคู่กับ grep เพื่อหาบรรทัดที่มีข้อความ USBasp และพิมพ์ผลลัพธ์ที่ตามมาอีก 10 บรรทัด (ด้วยตัวเลือก -A 10) ดังแสดง
$ system_profiler SPUSBDataType | grep -A 10 USBasp
USBasp:
Product ID: 0x05dc
Vendor ID: 0x16c0
Version: 1.02
Speed: Up to 1.5 Mb/sec
Manufacturer: www.fischl.de
Location ID: 0xfd130000
Current Available (mA): 500
Current Required (mA): Unknown (Device has not been configured)
แสดงว่าไมโครคอนโทรลเลอร์อยู่ในสภาพพร้อมที่จะรับโปรแกรมแล้ว
การส่งโปรแกรมไปยังไมโครคอนโทรลเลอร์ผ่านพอร์ท USB นั้นให้ใช้คำสั่ง avrdude ดังแสดง
avrdude -p atmega328p -c usbasp -U flash:w:first.hex
อ็อพชันต่าง ๆ ที่ใช้ในคำสั่งข้างต้นมีหน้าที่ดังนี้
-p atmega328pระบุว่าไมโครคอนโทรลเลอร์ปลายทางคือเบอร์ ATmega328P-c usbaspระบุว่าเครื่องโปรแกรมชิปที่ใช้คือชนิด USBAsp-U flash:w:first.hexระบุว่าให้ดำเนินการเขียนข้อมูลลงสู่หน่วยความจำแฟลชของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยนำเข้าข้อมูลจากไฟล์first.hex
หมายเหตุ: หากพบปัญหาเกี่ยวกับสิทธิการเข้าถึงอุปกรณ์ USB ให้ดำเนินตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ในเอกสาร การแก้ไขสิทธิการเข้าถึงพอร์ท USB ของบอร์ด MCU
การสร้างกระบวนการอัตโนมัติด้วย Makefile
จากที่ผ่านมาจะเห็นว่าการพัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์นั้นประกอบด้วยการแก้ไขโปรแกรมด้วยเท็กซ์เอดิเตอร์ และเซฟลงในไฟล์ .c จากนั้นจึงดำเนินตามขั้นตอนดังนี้
- ครอสคอมไพล์โปรแกรมด้วยคำสั่ง
avr-gcc - สกัดรหัสภาษาเครื่องจากไฟล์ ELF ด้วยคำสั่ง
avr-objcopy - ส่งรหัสภาษาเครื่องไปยังไมโครคอนโทรลเลอร์ด้วยคำสั่ง
avrdude
ในแต่ละขั้นตอนนั้นมีการเรียกคำสั่งที่ค่อนข้างยาว อย่างไรก็ตาม ยูนิกซ์มีคำสั่ง make ที่ช่วยเรียกคำสั่งเหล่านี้ให้เราอัตโนมัติ ช่วยให้เราไม่ต้องพิมพ์คำสั่งยาว ๆ ทุกครั้งหลังจากแก้ไขโปรแกรม
ในการใช้คำสั่ง make ให้เตรียมไฟล์ชื่อ Makefile ขึ้นมาในไดเรคตอรีเดียวกับ first.c และป้อนคำสั่งดังนี้
(ระวังว่าบรรทัดที่เยื้องเข้าไปนั้นต้องเป็นอักขระแท็บ ไม่ใช่ช่องว่าง)
all: first.hex flash: first.hex avrdude -p atmega328p -c usbasp -U flash:w:first.hex first.hex: first.elf avr-objcopy -j .text -j .data -O ihex first.elf first.hex first.elf: first.c avr-gcc -mmcu=atmega328p -O -o first.elf first.c
สมมติว่าภายในไดเรคตอรีที่เรียกใช้คำสั่ง make มีเพียงไฟล์ first.c และ Makefile การเรียกคำสั่ง
make
จะถือเป็นการสร้างเป้าหมายที่ระบุไว้ตัวแรกสุด ในที่นี้คือ all ซึ่งจะมีผลให้มีการดำเนินการดังนี้
- เป้าหมาย
allระบุไว้ว่าให้สร้างเป้าหมายfirst.hexขึ้นมา makeหาไฟล์first.hexไม่พบ แต่ทราบว่าสามารถสร้างขึ้นจากfirst.elfmakeหาไฟล์first.elfไม่พบ แต่ทราบว่าสามารถสร้างขึ้นจากfirst.cmakeพบไฟล์first.cในไดเรคตอรี จึงเรียกคำสั่งavr-gccเพื่อสร้างไฟล์first.elf- เมื่อได้
first.elfมาแล้วจึงเรียกavr-objcopyเพื่อสร้างไฟล์first.hexเป็นอันเสร็จกระบวนการ
หากต้องการให้มีการเขียนแฟลชไมโครคอนโทรลเลอร์ ให้เรียกคำสั่ง make โดยระบุเป้าหมาย flash ดังนี้
make flash
ซึ่งจะมีการดำเนินการสร้างเป้าหมาย first.hex โดยอัตโนมัติหากหาไฟล์นี้ไม่พบหรือไฟล์ที่มีอยู่นั้นเก่ากว่าไฟล์ first.c จากนั้นจึงตามด้วยการเรียกใช้คำสั่ง avrdude เพื่อแฟลชเฟิร์มแวร์ใหม่ให้กับไมโครคอนโทรลเลอร์
หากต้องการนำ Makefile ไปปรับใช้ในโครงงานอื่นได้ง่าย เราสามารถปรับ Makefile ให้ยืดหยุ่นขึ้นโดยนิยามตัวแปรดังตัวอย่าง
TARGET=first MCU=atmega328p all: $(TARGET).hex flash: $(TARGET).hex avrdude -p $(MCU) -c usbasp -U flash:w:$(TARGET).hex $(TARGET).hex: $(TARGET).elf avr-objcopy -j .text -j .data -O ihex $(TARGET).elf $(TARGET).hex $(TARGET).elf: $(TARGET).c avr-gcc -mmcu=$(MCU) -O -o $(TARGET).elf $(TARGET).c
การนำ Makefile นี้ไปใช้กับโครงงานอื่นทำได้โดยการเปลี่ยนบรรทัดแรกจาก first เป็นชื่อไฟล์สำหรับโครงงานนั้น ๆ เท่านั้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
- การบัดกรีแผงวงจรไมโครคอนโทรลเลอร์
- แผงวงจรพ่วง (Peripheral Board)
- การวัดสัญญาณแอนะล็อกด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์
