204111:lab5

จาก Theory Wiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ปฏิบัติการที่ 5 ของวิชา 20411 ตามแผนร่างหัวข้อวิชา 204111 มีเนื้อหาดังนี้

  • list

การอ้างข้อมูลในลิสต์

ลิสต์และลูป

ฟังก์ชันอ่านรายการ

ให้เขียนฟังก์ชัน read_list() ที่อ่านรายการของจำนวนเต็มที่ผู้ใช้ป้อน โดยสิ้นสุดการป้อนเมื่อป้อน -1 ให้ฟังก์ชันดังกล่าวคืนรายการของจำนวนเต็มที่อ่านได้ (ไม่รวม -1)

นิสิตสามารถนำฟังก์ชันที่เขียนไว้แล้วนี้ไปใช้ในข้ออื่น ๆ ได้

(หมายเหตุถึง TA: ให้ประกาศหัวฟังก์ชันไว้ แล้วเว้นช่องให้เขียนโปรแกรม ให้ตัวอย่างโปรแกรมหลักและตัวอย่างการทำงาน)

ตัวอย่างของโปรแกรมหลักที่เรียกใช้ฟังก์ชันดังกล่าว โปรแกรมนี้รับรายการแล้วพิมพ์ค่าในรายการออกมา

ls = read_list()
for x in ls:
    print(x)

ตัวอย่างการทำงานของโปรแกรมตัวอย่าง

10
20
15
3
-1
10
20
15
3

ผลรวมกำลังสอง

เขียนโปรแกรมอ่านรายการของจำนวนเต็ม จากนั้นคำนวณหาผลรวมของจำนวนเต็มในรายการยกกำลังสอง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจำนวนเต็มในรายการเป็น 10 20 15 และ 3 ผลรวมคือ

ผู้ใช้จะป้อนข้อมูลทีละจำนวน และจะจบการป้อนโดยการป้อน -1

ตัวอย่างการทำงาน

10
20
15
3
-1
Answer = 734

หมายเหตุ: แนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน read_list ที่เขียนในข้อที่แล้ว

ผลรวมของผลต่างจากค่าน้อยที่สุดกำลังสอง

เขียนโปรแกรมอ่านรายการของจำนวนเต็ม จากนั้นคำนวณหาผลรวมของกำลังสองของผลต่างของจำนวนเต็มกับค่าที่น้อยที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจำนวนเต็มในรายการเป็น 10 20 15 และ 3 ดังนั้นค่าที่น้อยที่สุดคือ 3

คำตอบที่เราต้องการคือ

ผู้ใช้จะป้อนข้อมูลทีละจำนวน และจะจบการป้อนโดยการป้อน -1

ตัวอย่างการทำงาน

10
20
15
3
-1
Answer = 482

หมายเหตุ สามารถใช้ฟังก์ชัน min ในการหาค่าน้อยที่สุดได้

ฝากเงิน

สมหญิงฝากเงินทุก ๆ เดือน เงินที่ฝากเข้าไปจะสะสมไปเรื่อย ๆ ให้เขียนโปรแกรมรับรายการเงินที่สมหญิงฝากจากผู้ใช้ โดยผู้ใช้จะป้อน -1 เมื่อข้อมูลหมด

จากนั้นให้โปรแกรมพิมพ์เงินรวมทั้งหมด และเงินฝากรวมในทุก ๆ เดือนภายหลังจากที่สมหญิงฝากไป

หมายเหตุ: แนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน read_list ที่เขียนในข้อที่แล้ว

ตัวอย่างการทำงาน

10
20
100
15
-1
Total = 145
10
30
130
145

หมายเหตุ: ผลลัพธ์คือ เงินในแต่ละเดือนคือ 10, 30, 130, และ 145

ฝากเงินแบบมีดอกเบี้ยรายเดือน

สมหญิงฝากเงินทุก ๆ เดือน เงินที่ฝากเข้าไปจะสะสมไปเรื่อย ๆ ในแต่ละเดือนก่อนที่จะรับเงินฝาก ธนาคารจะให้ดอกเบี้ย 1% จากเงินฝากที่มีอยู่

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าฝากเงินสองเดือนแรกเท่ากับ 10 และ 20 บาท ในเดือนแรกเนื่องจากยังไม่มีเงินต้น เงินรวมคือ 10 บาท ในเดือ่นที่สอง ก่อนจะได้เงินฝากจะได้รับดอกเบี้ย 1% คือ 0.1 บาท รวมเงินต้นเป็น 10.1 รวมกับเงินฝาก ได้เป็น 30.1 บาท

ให้เขียนโปรแกรมรับรายการเงินที่สมหญิงฝากจากผู้ใช้ โดยผู้ใช้จะป้อน -1 เมื่อข้อมูลหมด

จากนั้นให้โปรแกรมพิมพ์เงินรวมทั้งหมด และเงินฝากรวมในทุก ๆ เดือนภายหลังจากที่สมหญิงฝากไป ให้แสดงด้วยทศนิยม 3 ตำแหน่ง

หมายเหตุ: แนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน read_list ที่เขียนในข้อที่แล้ว

ตัวอย่างการทำงาน

10
20
100
15
-1
Total = 146.705
10.000
30.100
130.401
146.705

เลขกำลังสอง

ให้เขียนฟังก์ชัน is_square(x) เพื่อตรวจสอบว่าจำนวนเต็ม x เป็นจำนวนเต็มที่เป็นกำลังสองของจำนวนเต็มบางจำนวนหรือไม่

พิมพ์กลับหลัง

เขียนโปรแกรมรับจำนวนเต็ม จนกระทั่งผู้ใช้ป้อน -1 จากนั้นพิมพ์จำนวนเต็มที่รับ จากหน้าไปหลัง บรรทัดละ 1 ตัว

ตัวอย่างการทำงาน

10
20
15
3
-1
3
15
20
10

โจทย์เกี่ยวกับพหุนาม

การอ่านพหุนาม

ในโจทย์หลายข้อ เราจะอ่านพหุนามจากผู้ใช้ โดยการอ่านจะมีรูปแบบดังนี้

  • ผู้ใช้จะป้อนข้อมูลตัวแรกเป็นจำนวนเต็ม แทนกำลังสูงจุดของตัวแปร ในพหุนามดังกล่าว
  • จากนั้นจะป้อนจำนวนจริงอีก จำนวน แทนสัมประสิทธิ์ของตัวแปร โดยเริ่มจาก , , ไปจนถึง พหุนามที่ผู้ใช้ป้อนคือ

ให้ฟังก์ชันดังกล่าวคืนค่าเป็นรายการของสัมประสิทธิ์ [,,,...,]

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพหุนามเป็น ผู้ใช้ป้อนข้อมูลดังนี้

3
10
3
-1
2

ฟังก์ชันดังกล่าวจะคืนค่าเป็น [10,3,-1,2]

ตัวอย่างของโปรแกรมหลักที่เรียกใช้ฟังก์ชันดังกล่าว

print("Enter polynomial:")
p = read_poly()
print("Coefficients:")
for c in p:
    print(c)

ตัวอย่างการทำงาน

Enter polynomial:
3
10
3
-1
2
Coeeficients:
10
3
-1
2

หาค่าพหุนาม

เขียนโปรแกรมรับพหุนาม จากผู้ใช้ จากนั้นรับค่า แล้วคำนวณค่า

ข้อมูลป้อนเข้า

  • ผู้ใช้จะป้อนข้อมูลตัวแรกเป็นจำนวนเต็ม แทนกำลังสูงจุดของตัวแปร ในพหุนามดังกล่าว
  • จากนั้นจะป้อนจำนวนจริงอีก จำนวน แทนสัมประสิทธิ์ของตัวแปร โดยเริ่มจาก , , ไปจนถึง พหุนามที่ผู้ใช้ป้อนคือ
  • สุดท้ายผู้ใช้จะป้อนจำนวนจริง

ให้โปรแกรมตอบค่า เป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง

ตัวอย่างเช่น ถ้าพหุนามเป็น และผู้ใช้ต้องการคำนวณค่า ตัวอย่างการทำงานของโปรแกรมจะเป็นดังนี้

3
10
3
-1
2
3
f(a) = 64.00

หมายเหตุ แนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน read_poly ที่เขียนจากข้อที่แล้ว

บวกพหุนาม

หาอนุพันธ์ของพหุนาม

คูณพหุนาม